
Inclusive Green Growth
ในโลกที่เผชิญกับวิกฤต ทั้งราคาพลังงานที่ผันผวน และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญ กับความยั่งยืนมากขึ้น เอสซีจีเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดนิ่ง ปรับตัวสอดรับกับบริบทโลกในทุกช่วงเวลา มุ่งสร้างความมั่นคงระยะยาว ผ���านนวัตกรรมกรีน ด้วย Deep Tech เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในทุกกลุ่มธุรกิจ อีกทั้งร่วมกับทุกภาคส่วนใน supply chain เพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกันสู่เป้าหมาย Low Carbon, Carbon Neutrality และ Net Zero 2050 ตามแนวทาง Inclusive Green Growth ผ่านการขับเคลื่อนใน 4 มิติ
- องค์กรคล่องตัว ยืดหยุ่น
- นวัตกรรมกรีน
- องค์กรแห่งโอกาส
- สร้างสังคมคาร์บอนต่ำไปด้วยกัน
ผลการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
เอสซีจี มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ยั่งยืน ใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม
พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อรักษาทรัพยากรให้เพียงพอ ทั้งวันนี้และอนาคต
สัดส่วนการปล่อย GHG ต่อรายได้ เทียบเท่า/ล้านบาท
การใช้เชื้อเพลิงทดแทน ของการใช้พลังงานความร้อน
พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน ของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด
ปริมาณการปล่อย GHG Scope 1 และ 2 ลดลง 15.14% เทียบกับปีฐาน 2563
SCGP บรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำ รีไซเคิลไหรือสลายได้

จาก Inclusive Green Growth
แนวทาง Inclusive Green Growth ไม่ใช่กระแส จะเห็นได้ว่าโลกร้อน (Global Warming) รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ "Climate change is real" ดังนั้น การเติบโตอย่างยั่งยืน หลักการคือพัฒนาและผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาสมเหตุสมผล และเปลี่ยนมาใช้แหล่งพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวมวล และพลังงานไฮโดรเจน (Green Hydrogen)

สู่ Net Zero 2050 ที่ยั่งยืน
ESG ไม่ได้เป็นเพียงการทำตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม แต่คือส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ดังนั้นการผสมผสาน ESG กับกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ทำได้จริง จะช่วยยกระดับการเติบโตที่มีความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ทั้งด้านการแข่งขันและการรับมือ กับความไม่แน่นอน ตามแนวทาง Inclusive Green Growth ที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างผลกำไร สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมั่นใจได้ว่า ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะข้ามผ่านไปได้ด้วยการดำเนินงานอย่างรัดกุมและเหมาะสม เพื่อให้องค์กรแห่งโอกาสอย่างเอสซีจี เติบโตก้าวหน้าอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป











