หากพบการเรียกเก็บเงินที่คุณไม่รู้จัก คุณควรรายงานให้ Google ทราบ
ตรวจสอบว่าการเรียกเก็บเงินมาจาก Google Play หรือไม่
หากพบการเรียกเก็บเงินในประวัติคำสั่งซื้อใน Google Play แสดงว่าการเรียกเก็บเงินนั้นมาจาก Google Play
หรือหากพบการเรียกเก็บเงินในวิธีการชำระเงินซึ่งไม่ทราบที่มา ให้ตรวจสอบว่าการเรียกเก็บเงินปรากฏในใบแจ้งยอดการเรียกเก็บเงินอย่างไร
การซื้อทั้งหมดใน Google Play จะปรากฏในใบแจ้งยอดการเรียกเก็บเงินภายใต้ชื่อใดชื่อหนึ่งต่อไปนี้
- "GOOGLE*ชื่อนักพัฒนาแอป" (สำหรับแอป Android)
- "GOOGLE*ชื่อแอป" (สำหรับแอป Android)
- "GOOGLE*ประเภทเนื้อหา" (เช่น "GOOGLE*Books")
หากการเรียกเก็บเงินเริ่มต้นด้วยชื่อใดชื่อหนึ่งต่อไปนี้ ให้รายงานต่อ Google
สำคัญ: หากสงสัยว่าสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนเป็นผู้ดำเนินการซื้อ คุณอาจมีสิทธิ์รับเงินคืน หากเชื่อว่าการเรียกเก็บเงินเป็นการฉ้อโกง ให้ทำตามกระบวนการนี้แทน
Google สามารถดำเนินการกับธุรกรรมบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ PayPal ภายใน 120 วันนับจากวันที่ทำธุรกรรมเท่านั้น
- หากธุรกรรมเกิดขึ้นในช่วง 120 วันที่ผ่านมา ให้กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มนี้
- ส่งการร้องเรียนแยกกันสำหรับวิธีการชำระเงินแต่ละวิธีที่ใช้
- หลังจากกรอกแบบฟอร์มแล้ว คุณจะได้รับข้อมูลอัปเดตทางอีเมลภายใน 7 วันทำการโดยประมาณ
- หากธุรกรรมเกิดขึ้นไปแล้วนานกว่า 120 วันที่ผ่านมา โปรดติดต่อแผนกป้องกันการประพฤติมิชอบของบริษัทบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ PayPal ทันที
Google สามารถดำเนินการกับธุรกรรมการเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือภายใน 60 วันนับจากวันที่ทำธุรกรรมเท่านั้น
หากธุรกรรมเกิดขึ้นในช่วง 60 วันที่ผ่านมา คุณจะต้องมี "รหัสความสัมพันธ์" หรือ "รหัสคำขอ" จากผู้ให้บริการเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
- โปรดติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อขอรับรหัสที่จำเป็น
- สำหรับผู้ให้บริการส่วนใหญ่ คุณจะต้องมี "รหัสความสัมพันธ์"
- "รหัสความสัมพันธ์" คือชุดตัวเลขที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "g"
- ตัวอย่าง: g1234567890
- โดยรูปแบบและจำนวนตัวเลขอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการของคุณ
- "รหัสความสัมพันธ์" คือชุดตัวเลขที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "g"
- สำหรับผู้ให้บริการบางราย คุณจะต้องใช้ "รหัสคำขอ"
- "รหัสคำขอ" จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "G" พิมพ์ใหญ่ ตามด้วยสตริงตัวอักษรและตัวเลขคละกันโดยมีความยาวแตกต่างกัน
- ตัวอย่าง: G2XY1ZabcQde1v2cH6BpuST
- "รหัสคำขอ" จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "G" พิมพ์ใหญ่ ตามด้วยสตริงตัวอักษรและตัวเลขคละกันโดยมีความยาวแตกต่างกัน
- สำหรับผู้ให้บริการส่วนใหญ่ คุณจะต้องมี "รหัสความสัมพันธ์"
- เมื่อได้รหัสแล้ว ให้ทำดังนี้
- หากคุณมี "รหัสความสัมพันธ์" ให้ทำดังนี้
- กรอกข้อมูลในฟอร์มนี้
- ส่งการร้องเรียนแยกกันสำหรับวิธีการชำระเงินแต่ละวิธีที่ใช้
- หลังจากกรอกแบบฟอร์มแล้ว คุณจะได้รับข้อมูลอัปเดตทางอีเมลภายใน 7 วันทำการโดยประมาณ
- หากคุณมี "รหัสคำขอ" ให้ทำดังนี้
- โปรดติดต่อแผนกป้องกันการประพฤติมิชอบของการเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือนั้นทันที
- หากคุณมี "รหัสความสัมพันธ์" ให้ทำดังนี้
หากธุรกรรมเกิดขึ้นไปแล้วนานกว่า 60 วันที่ผ่านมา โปรดติดต่อแผนกป้องกันการประพฤติมิชอบของการเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือนั้นทันที
หากคุณมีสิ��ธิ์เข้าถึงบัญชี Google โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google เพื่อรับความช่วยเหลือ
หากไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี Google โปรดติดต่อแผนกป้องกันการประพฤติมิชอบของวิธีการชำระเงินนั้นทันที
เคล็ดลับ: คุณสามารถตั้งค่าการยืนยันการซื้อสำหรับ Google Play เพื่อป้องกันการเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต
หากการเรียกเก็บเงินไม่ได้เริ่มต้นด้วย "Google"
หากการเรียกเก็บเงินที่เป็นประเด็นไม่ได้อยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งข้างต้น แสดงว่าไม่ได้มาจาก Google Play โปรดติดต่อแผนกป้องกันการประพฤติมิชอบของวิธีการชำระเงินนั้นทันที
ตรวจสอบสถานะการร้องเรียน
หากยื่นเรื่องร้องเรียนการเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต คุณจะตรวจสอบสถานะการร้องเรียนได้
- ไปที่แบบฟอร์ม "รายงานการซื้อที่ไม่ได้รับอนุญาต"
- เลือกตรวจสอบสถานะการร้องเรียน
ยกเลิกการร้องเรียนการเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต
หากคุณยื่นการร้องเรียนขณะลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google และพบว่าการเรียกเก็บเงินมาจากแหล่งที่มาที่รู้จัก ให้ทำดังนี้
- ไปที่หน้าสถานะการร้องเรียน
- ป้อนอีเมลที่ใช้ยื่นการร้องเรียนและรหัสการร้องเรียนที่คุณได้รับทางอีเมล
- เลือกค้นหา
- เลือกการร้องเรียนที่เป็นประเด็น
- เลือกยกเลิกการร้องเรียน